ก่อนเริ่มทริบการเดินทาง ไม่ได้รู้เหนือรู้ใต้ใดๆ เล๊ย  ก่อนหน้านั้นสองวันแม่ถามว่าจะไปเที่ยวหนองคายกับพี่ไหม  เพราะมันจะพาย่าไปเที่ยวลาว  เราก็ถามรายละเอียดเสร็จสรรพ แม่บอกจะไปสมทบที่หนองคาย  ก็เลยตกลง ไปก็ไป 

แล้วเย็นวันศุกร์  พ่อก็ถามว่าไปเลยกับพ่อไหม  จะไปภูเรือ  เราก็ไปก็ไป จะไปยังไง อะไรแบบไหน  สรุปเอารถไปเอง  ก็เอาไปวะ  เน็ตเดี้ยงพอดี เล่นไม่ได้ตั้งแต่คืน พฤ แล้วไม่รู้เป็นไรต่อเน็ตยังไงก็ไม่ติด  ไว้วันจันทร์จะตามช่างมาซ่อม 

พอเช้าวันเสาร์พ่อปลุกตอน 9 โมง  อีนี่ไม่ยอมตื่นเขาเลยเดินทางกันไม่ได้  ฮา ฮาฮา ก็ไม่ปลุกแต่แรก ชริ แม่บอกให้ไปนอนต่อบนรถ  แต่ก็ไม่ได้นอน นั่งมองทางไปเรื่อย หาไรกิน  เพราะแวะเซเว่นซื้อขนมมาตุนไว้เพียบ

ระหว่างทางก็หยิบกล้องมาถ่ายนั่นนี่โน้น  ไร้สาระอะไรไป  ไปหลับจริงๆ ตอนจะขึ้นภูแล้วแหละ ตื่นมาอีกทีก็กำลังถึงทางขึ้นเขา  พ่อก็เล่านั้นนี่โน้น  ไอ้เราก็มองทางไป  มีแต่ต้นไม้เขียวๆ บรรยากาศสวยดี 

แล้วเราก็แวะที่แรกคือเทอโมมิเตอร์ที่ใหญ่บักเอบมาก  นึกว่าวัดแบบเห็นจะๆ  ปรากฎว่ามันมีจอดิจิตอลบอกอุณหภูมิ   ตอนที่ขึ้นไปประมาณ 20 เศษๆ ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่กำลังดีเลยแหละ  เลยแชะๆ รูปกับพ่อแม่ไปตามเรื่อง

บริเวณรอบๆ เขาเพราะดอกไม้ขายด้วย สวยๆ เยอะเลย มีหลายชนิดเกิดมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ 

จากนั้นก็ขับรถไปอีกหน่อย  ถึงปั้มน้ำมันปตท. แห่งเดียวและที่นี่ก็มีจุดชมวิวสวยๆ ด้วยหละ  มีนักเดินทางแวะถ่ายรูปเยอะเลย  สวยจริงๆ  แถมเขายังจัดสถานที่ให้ถ่ายรูปด้วยนะ มีแบคกราวพร้อม

หลังจากถ่ายรูป  แวะพักหายเหนื่อย  เราก็เดินทางต่อ ซึ่งใช้เวลาอีกไม่ถึง 10 นาทีเพราะยูเทิรนกลับก็ถึงทางเข้าอุทยานภูเรือกันแล้ว  มีการเก็บค่าเข้าอุทยานด้วยแต่ราคาไม่แพงเลย  ขอบอกว่าคุ้มมาก  เท่าที่ดู รถยนต์จะแค่ 20 - 30 บาท  แต่ไม่แน่ใจว่านับเป็นรถหรือนับเป็นคนนะ  เพราะไปกับนายพ่อเขาจัดการให้ทุกอย่างเลยไม่ได้เสียเอง

ก่อนขึ้นยอดภูเรือ  ที่จริงเขาจะให้จอดรถไว้ด้านล่าง  แล้วมีทางเลือก 2 ทางคือ เดินขึ้นไป และเช่ารถโดยสารคนละ 20  บาท   พ่อขับรถขึ้นเองเพราะไปกับนายอีกแล้ว  แต่การขับรถขึ้นเขานี่เปลืองน้ำมันชิบเป๋งเลย  หายไปครึ่งถังต่อหน้าต่อตา   การขึ้นไปเที่ยวภูหรือเขาสูง ควรเตรียมน้ำมันให้พร้อมค่ะ  จริงๆ

แล้วเราก็ขึ้นไปชมบรรยากาศบนภูเรือกัน  สวยมากจริงๆ  อากาศด้านบนหนาวทีเดียว พอขึ้นไปต้องคว้าเอาเสื้อกันหนาวมาใส่   แล้วก็ถ่ายรูปกับพ่อแม่  ถ่ายวิวบ้าง  ชอบจังเลยบรรยากาศแบบนี้ 

พระอาทิตย์กำลังจะตก  เสียดายลงมาไม่ทัน  แง๊

หลังจากถ่ายรูปกันพักใหญ่  พวกเรากลับลงมาที่บ้านพัก ซึ่งตอนแรกยังไม่มีที่นอน สำหรับครอบครัวเรา เพราะพ่อตัดสินใจมาทีหลัง  เลยไม่ได้สำรองบ้านพักไว้ให้  แต่พ่อแม่ไม่เดือดร้อนเลย  เราเสียอีก  เหนื่อยก็เหนื่อย  ร้อนมาก  แถมเหนียวตัวจากการเดินทาง  แต่จน 3 ทุ่มก็ยังไม่ได้บ้านหรือห้องพัก 

ทีแรกพ่อบอกจะลงไปเช่ารีสอร์ทนอน  ไอ้เราก็รอแล้วรอเล่า  ทำไมตูยังไม่ได้ไปไหน  ดูหนังจบก็แล้ว  นั่งแต่งฟิคก็แล้ว  เริ่มหงุดหงิด 

สุดท้ายมีน้าผู้หญิงมาบอกว่ามีเตียงว่าง  เลยเก็บของไปกัน  ได้อาบน้ำสะทีอารมณ์เย็นลงมากโข  ดูหนังจบไปครึ่งเรื่อง  มีน้าอีกคนมาบอกว่า  บ้านอีกหลังมีห้องว่าง  เลยขนของไปกันอีกรอบ   ในที่สุดก็ได้ที่นอนถาวรสะที เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแบบ  ให้ตูนอนเต้นท์ก็เอาละนะ  เหนื่อยว๊อยยย!!!!

แล้วตอนเช้าก็ตื่นมาตอน 8 โมง  อาบน้ำเสร็จเดินขึ้นเขาเพื่อไปบ้านพักของนายพ่อ  โอ้แม่เจ้า  เดินขึ้นเขาพ่ะย่ะค่ะ  โคตรเหนื่อย   หมดแรงเลยทีเดียวเชียว  มาถึงพ่อนั่งดื่มกับนาย  เราก็เอาหนังสือไปนั่งอ่านรอ แล้วเดินเล่นไปมา  สักพักบอกพ่อ 

"พ่อๆ เค้าจะเอาบ้านแบบนี้อะ"

ชี้ไปบ้านพักตรงหน้า พ่อเลยบอกจะสร้างตรงไหน  เลยบอกว่าก็ข้างบ้านใหญ่ไง  พ่อเลยบอกให้ไปถ่ายรูปมา ก็เลยแชะมา อิอิ  รีบๆ สร้างนะพ่อ

จากนั้น 11 โมง  ได้เวลากลับแล้วว๊อยย  คาดว่า 4 โมงเย็นถึงชัวร์   ตอนนั้นพ่อดื่มไปพ่อสมควร  หน้าที่ขับรถเลยเป็นของเรา  แม่เจ้าขับรถลงเขา  เกิดมาเพิ่งเคยนี่หละ  เอาวะ  ไม่ยากและไม่ง่ายนัก  ดีว่าทางไม่ชันนัก แถมเมื่อวานก็ได้รู้จักเส้นทางบ้างแล้ว 

แต่ที่บ้าบอคอแตกคือ  พอถึงทางเลี้ยวไปเลย ดันไม่เลี้ยว  ก็ถามแล้วว่าไปทางไหน ไม่มีใครตอบ พ่อหลับ แม่ไม่รู้ทาง  เอาวะขับรถ  เห็นป้ายเชียงคาน  พอถึงเชียงคาน  กรรมเวร ไม่มีทางวกเข้าเลย  สุดท้ายเห็นป้ายบอกหนองคาย 195 กิโล  แม่เลยบอก งั้นไปหนองคาย 

ได้แวะกินข้าวเที่ยงตอนบ่ายที่อำเภอปากชมด้วย  เลยแชะรูปมานิดหน่อย

แล้วเราก็ขับรถต่อไป  ยิงยาวถึงหนองคายตอน 4 โมงเย็นเลยทีเดียว  ตลอดเส้นทางนั้นแม้ทางจะขรุขระบ้าง แต่ได้เห็นต้นไม้สีเขียวๆ เต็มไปหมดทำให้สบายใจจังเลย  วิวก็สวย   มันก็เป็นเรื่องดีของการขับผิดทางเหมือนกัน

แล้วพอถึงหนองคายเราไปที่สะพานไทย - ลาว แม่อยากข้ามไป  แต่เวลาไม่มีแล้ว  เสียดายเหมือนกัน  ถ้าจะไปมันก็ไปได้แค่ด่านฝั่งโน้น บริเวณดิวตี้ฟรี  ไม่ได้เข้าไปเห็นเวียงจันทร์  แม่เลยไม่ไป  

 

 

 

 เลยขับรถพาไปอินโดจีนแทน  มันก็มีลักษณะเหมือนตลาดนั้นแหละ  ขายของหลายอย่าง  ราคาไม่แพงนัก  ของเยอะดีแต่ไม่ได้ซื้ออะไรมาเลย แล้วพอกลับมาที่รถ  แม่จะหาที่นอน  เพราะเหนื่อย  แต่พ่อค้างไม่ได้เพราะมีงาน  เราก็แบบ เฮ้ย! เราก็ลางานไม่ได้นะ  แต่ไม่ได้พูดไป 

สรุปเลยหาทางออกด้วยการพยายามหาทางกลับที่ย่นระยะเวลาที่สุด  เลยขับรถเข้าหนองหานแล้วตรงกลับบ้าน กว่าจะถึง 3 ทุ่มพอดี  ช่างเป็นการเดินทางที่ยาวนาน เหนื่อยมาก  

เน็ตก็ยังเล่นไม่ได้อยู่ดี หอยหลอดเอ้ย  พอวันนี้กลางวันเอาเราเตอร์ที่ออฟฟิตมาลอง  ต่อได้ สรุปเราเตอร์เจ๊ง ชริ เงินเดือนออกจะไปซื้อ DLINK แบบออลอินวันละ  วันนี้ไปดูราคาแล้ว พันแปด  แง๊งงงง  ไม่เสียตูก็ไม่คิดซื้อใหม่นะเนี่ย  เสียเงินอีกละ เบื่ออออ!!!

สิ้นสุดการเดินทาง  คุ้มว่ะ  เดือนหน้าพ่อจะพาไปอุบล  จะไปดีไหมเนี่ย  ดูก่อนละกัน เหนื่อยๆ